Buta_Nuy's profile<((buta L~O~V~E DRE For...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 26

    เปิ๊น~เปิ่น

     
    เปิ๊น ~ เปิ่น
     
    เรื่องมันมีอยู่ว่า
     
    วันนี้อ่ะ เปนไรไม่รุ
     
    เดินสะดุดนู่น สะดุนี่ทั้งวัน
     
    แล้วที่สำคัญ
     
    ตูใส่กางเกงกลับหน้า กลับหลัง
     
    อายจิง-จิงเลย
     
    แต่ไม่มีใครรุหรอก 555++
     
    เปนทั้งวันสงสัยมึน
     
    พอคิดทีไรตลกตัวเองทุกทีเลย
     
    "เราบ้าขนาดนี้เลยหรือเนี่ย"
     
    พอแระฮาวันละนิดจิตแจ่มใส ก๊ากๆ
     
     
     
     
     



    ใครว่าความรัก มันโหดร้ายกับเราเสมอไป
    ในมุมพื้นที่เล็ก ๆ ของหัวใจของใครบางคน
    ยังว่างเสมอให้กับคนบางคน . . . แต่คน ๆ นั้น
    อาจจะไม่มีวัน . . . ได้สัมผัสมันเลยก็ได้

    การแอบรัก . . . เป็นกิริยาน่ารัก ๆ เป็นความรู้สึกดี ๆ
    ที่มีให้ใครซักคน โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องรู้

    ความใกล้ชิด สนิทสนม ผูกพันเห็นอกเห็นใจ
    พร้อมด้วยมิตรภาพที่บริสุทธิ์ ไม่ยากที่จะทำให้เกิดอาการ
    เพื่อนแอบรักเพื่อน . . .

    ครั้นจะบอก . . . ถ้าเขาใจไม่ตรงกันก็ลัวว่าจะเสียเพื่อนไป
    อะไร ๆ ก็คงกลับมา เหมือนเดิมไม่ได้
    ถึงเรายืนยันว่า . . . จะคบเหมือนเดิม
    อีกฝ่ายก็คง . . . ไม่เหมือนเดิมอยู่ดี
    ความระแวง ระวังตัว . . . เกิดขึ้น แน่นอน

    ครั้นจะไม่บอก . . . ก็กลัวว่าจะเสียใจภายหลัง
    เกิดเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน . . . เสียดายถ้าเป็นแบบนั้น
    มันอาจต้องแลกกับบางอย่างบ้าง . . . ก็ดีกว่ามานั่งเจ็บใจ
    ตัวเอง . . . วันนั้นเราน่าจะบอกไปหรือทำอะไรซักอย่าง
    มันคงดีกว่านี้ . . .

    แต่ก็มีเหมือนกัน ที่ชอบจะให้ความสัมพันธิ์
    เป็นแบบนี้ . . . ตลอดไป
    รู้สึกดี . . . ที่แอบรักเงียบ ๆ คนเดียวโดยไม่หวังครอบครอง
    ขอแค่รับรู้ความเป็นไปของเขา ให้เขาเชื่อใจ ไว้ใจ
    เป็นเพื่อนที่ดี . . . ถึงจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งหัวใจ
    แต่ก็ขอเป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ ใจ ก็เพียงพอแล้ว

    แอบรัก . . . ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่า เป็นความรัก
    โดยที่อีกฝ่าย ไม่จำเป็นต้องมาร่วมรับรู้
    เป็นความรัก ที่มีมุม มีมิติ มีจินตนาการ
    และโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง . . .

    เมื่อไร . . . ที่คุณแสดงหรือบอกให้เขารับรู้นั่น
    จะไม่ใช่เป็นการ . . . แอบรัก . . . อีกต่อไป

     

     
     
     
     
    September 18

    วันเกิด ที่ผ่านมาแระก็ผ่านไปปปปปปปป

    วันเกิดที่ผ่านมา
    วันที่ 15 ก.ย. ไม่มีไรเกิดขึ้นเลย
    เรียบง่ายอย่ากะผ้าพับไว้
     แต่ว่า....แก่ขึ้นอีกปีแระ
    เบื่อๆยังไงก็ไม่รุ
    ********************
    อยากได้....อยากได้
    อยากได้โฟโต้บุ๊คของ SeeD อ่าส์
    จะไปซื้อก็ไกล เฮ้อออออออออออ
    ทามมายบ้านต้องอยู่ไกลด้วยน้าเลยอดได้เลย
    **************************************
    เวลาที่คุณท้อ คุณเป็นแบบไหน
    วันหนึ่งลูกสาวพร่ำบ่นถึงชีวิตอันแสนรำเค็ญให้พ่อฟังว่า . . .
    เธอกำลังรู้สึกอับจนปัญญาที่จะจัดการกับชีวิตและปรารถนาที่จะยอมแพ้พ่าย
    ด้วยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้และการแข่งขัน
    ประหนึ่งว่าเมื่อสางปัญหาหนึ่งเสร็จสิ้น
    อีกปัญหาหนึ่งก็ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ


    ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นพ่อครัวจึงเดินนำเธอเข้าไปในครัว
    จัดแจงต้มน้ำในหม้อ 3 ใบด้วยไฟแรงจนน้ำเดือด
    เขาใส่แครอทในหม้อใบแรก
    วางไข่ลงในหม้อใบที่สอง และตักกาแฟลงไปในหม้อใบสุดท้าย
    แล้วปล่อยให้มันต้มไปเรื่อยๆ โดยไม่มีคำอธิบายให้กับลูกสาวเลย


    ฝ่ายลูกสาวเริ่มรู้สึกหงุดหงิด และหมดความอดทน
    ทั้งยังสงสัยว่าพ่อกำลังทำอะไร 20 นาทีผ่านไป พ่อก็ปิดเตาแก๊ส
    ตักแครอทขึ้นมาวางไว้ในชาม นำไข่วางไว้ในชามอีกใบหนึ่ง
    และตักกาแฟไว้ในชามสุดท้าย แล้วหันไปถามลูกว่า "ลูกเห็นอะไรบ้าง"


    "แครอท ไข่ กาแฟ" เธอตอบ

    เขาจึงขอร้องให้เธอสัมผัส แครอท เธอจึงรู้ว่ามันนิ่ม
    แล้วเขาก็ให้ลูกสาวตอกไข่ เมื่อเธอแกะเปลือกไข่ออก ก็พบว่าไข่
    นั้นได้ต้มจนสุกแล้ว ท้ายที่สุดเธอให้ลูกสาวลองจิบ กาแฟ ดู
    เธอยิ้มและลิ้มรสอันหอมกรุ่นนั้น


    แล้วก็ถามพ่อ ว่า " นี่หมายความว่าอย่างไรเหรอคะคุณพ่อ?"

    พ่ออธิบายว่า " เราได้กระทำต่อ 3
    สิ่งนี้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน นั่นคือ น้ำเดือด
    แต่ผลลัพธ์มันกลับแตกต่างกัน จากเดิม แครอท ดูแข็งๆ
    และไม่โอนอ่อนผ่อนตาม พอผ่านการต้มมันกลับนิ่มและดูอ่อนปวกเปียก
    ไข่...ซึ่งดูบอบบาง มีเพียงเปลือกบางๆ คอยห่อหุ้มของเหลวภายใน
    แต่น้ำเดือดทำให้ของเหลวนั้นกลับแข็งขึ้น
    ขณะที่กาแฟกลับมีลักษณะเฉพาะตัวตลอดกาล เมื่อมาเจอน้ำเดือด
    น้ำต่างหากที่แปรเปลี่ยนไป . . ."



    พร้อมกันนี้ พ่อยังถามลูกสาวว่า
    แล้วลูกล่ะเมื่อความทุกข์มาเยือน ลูกจะเตรียมรับมืออย่างไร
    ลูกจะเป็นแครอท ไข่ หรือ กาแฟ"?

    ถ้าเป็น "แครอท" แม้จะดูแข็งโป๊ก
    แต่เมื่อต้องเผชิญกับความทุกข์ยากนานาก็จะเฉา อ่อนแอ
    และสูญเสียเรี่ยวแรง และกำลังไป


    หรือจะเป็น " ไข่" ซึ่งดูสามารถปรับสภาพได้ในตอนแรก
    แต่หลังจากที่ต้องเผชิญกับความเป็นความตาย การแตกแยก การหย่าร้าง
    หรือการเลย์ออฟ . .แม้เปลือกภายนอกยังคงเดิม แต่หัวใจ
    และจิตวิญญาณของอาจปวดร้าว และแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นไปได้


    หรือหากคุณเหมือน "กาแฟ"
    เมื่อเจอน้ำเดือดอันนำมาซึ่งความเจ็บปวด แต่ ณ อุณหภูมิสูงสุด 100
    องศาเซลเซียส กาแฟกลับมีรสชาติดีขึ้นยามนั้น หากเป็นดั่งกาแฟ
    เมื่อถึงภาวะที่เลวร้ายที่สุด
    นอกจากจะสามารถจัดการชีวิตตนเองได้แล้ว
    ยังสามารถทำสิ่งรอบข้างให้ดีขึ้นได้ด้วย. .


    September 12

    ทามมายต้องเปนชั้น

     
    เบื่อจิงๆเลย
    เซง ทามอาไรก็เหมือนผิดไปหมด
    เลยยทามให้คิดว่าอยากอยู่คนเดียว
    ไม่อยากยุ่งกะใคร แล้วก็ไม่อยากให้ใครมายุ่ง
     มานเซงงงงงงงงงงง ต้องเอาเราเข้าไปเกี่ยวด้วย
    ไม่อยากรับรู้อีกต่อไปแล้วปวดหัว
    มีแต่ปัญหาของคนอื่นไม่มีเรื่องเราเลยมานเบื่อนะจะบอกให้
     
     
     

    เมื่อนาฬิกา . . . หยุดเดิน



    ใครที่ผูกนาฬิกาบ่อยๆ จนติด
    คงจะรู้สึกได้ . . . ในวันที่นาฬิกาหายไปจากข้อมือ


    ฉันเอง . . . ก็เป็นคนที่ผูกนาฬิกามาตลอด . . .
    หากวันไหนลืมจะรู้สึกว่า . . . บางอย่างมันหายไป
    มันว่างๆ และขัดเขินทุกครั้ง . . . ที่ยกข้อมือที่ว่างเปล่าขึ้นมาดู


    เมื่อราวสองปีก่อน . . . ที่นาฬิกาเรือนโปรดของฉันพัง
    ด้วยความไม่มีสติ . . . ฉันเอาข้อมือไปทุบผนังห้องน้ำเล่นๆ
    โชคร้าย . . . ที่มือไม่เป็นอะไร
    นาฬิกาต่างหากที่พินาศ . . . กระจกร้าว

    ฉันถอดมันออกวางไว้ . . . ไม่ยอมเอาไปซ่อม
    ด้วยว่า . . . รู้สึกถึงภาพเก่า และวันเวลาที่เก็บอยู่ในนั้น
    ฉัน . . . เลิกใส่นาฬิกา และพบว่าตัวเองมีอาการยกข้อมือเก้อ
    เก้อ . . . อยู่เป็นเวลานานพอดู

    ความเคยชินของคนเรา เกิดขึ้น . . .
    เมื่อเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นประจำ . . . ในระยะเวลานานพอควร
    และยังคงความเคยชินอยู่
    เมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งนั้นหายไปในระยะแรกๆ

    จนเวลาผ่านไปนาน . . .
    ฉันจึงเริ่มชิน . . . กับการแอบมองเข็มนาฬิกาบนข้อมือคนอื่น
    เวลาผ่านไป พร้อมกับบาดแผลที่เริ่มเลือนหาย
    ฉันคิดโง่ๆ ว่า . . .
    ภาพเหล่านั้นจะตายไปพร้อมนาฬิกา แต่มันไม่ใช่

    ฉันตัดสินใจซ่อมนาฬิกา
    เมื่อมันกลับมาวันแรกๆ ฉันรู้สึกไม่คุ้น
    จนถึงตอนนี้ . . . ก็ยังไม่คุ้น
    ฉันยังแอบมอง . . . นาฬิกาบนข้อมือคนอื่น อยู่เหมือนเดิม
    ฉันรู้สึกเขินแกมขำทุกครั้ง . . . ที่แอบมองข้อมือคนอื่น
    ทั้งๆ ที่มีนาฬิกาอยู่บนข้อมือของตัวเอง

    ฉันนึกถึงใครบางคน . . . ที่มักจะปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเสมอๆ
    ในบางช่วง ที่เขาหายหน้าหายเสียงไป . . .
    ฉันรู้สึกขาดๆ แต่ก็เพียงชั่วเวลาสั้นๆ
    ในบางครั้ง . . . ฉันพอใจที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ
    ในวันที่ไม่แข็งแรง . . .


    แต่ . . . ในบางครั้งฉันกลับรู้สึกพอใจ
    กับการได้เดินคนเดียว . . . เดี่ยวๆ ในวันว่าง
    หรือเป็นความผูกพัน หรือเป็นเพียงความเคยชิน
    หัวใจฉัน . . . ยังตอบคำถามได้ไม่กระจ่างชัดนัก

    "คนเราจะรู้ค่าก็ต่อเมื่อ . . . สูญเสียสิ่งนั้นไป"
    ฉันมักได้ยินใครๆ พูด
    แต่ . . . ฉันกลับคิดว่า หากฉันยังมองไม่เห็น
    ฉันน่าจะยอมเสียไปดีกว่า . . . เพื่อให้ซึ้งถึงคุณค่านั้น
    ฉัน . . . ไม่อยากเอาเปรียบเขา
    หากจะรั้งเขาไว้ด้วยความคุ้นเคย ที่ไม่ใช่ความผูกพัน
    ฉัน . . . ไม่อยากโกหกตัวเอง
    หากจะรั้งเขาไว้ . . . ด้วยความไม่แน่ชัด

    ฉันมีคำถาม . . . ที่ยังขบไม่แตกกับคำว่า . . .
    ผูกพัน หรือว่าจะเป็นแค่คุ้นเคย
    บางที . . . มันอาจจะเป็นการดี
    หากฉันจะอยู่ห่างๆ หรือตัดขาด
    เพื่อให้รู้จัก . . . หัวใจของตัวเองมากขึ้น
    กับใครบางคน . . . ที่ขาดหายไปจากชีวิต

    อาจเป็นเหมือน . . . นาฬิกาที่ขาดสาย
    อาจรู้สึกแปลบๆ และมองหากับการหายไปในช่วงแรก
    แต่ไม่นาน . . . คงจะชิน